วันจันทร์ที่ 11 มกราคม พ.ศ. 2559

Typeface vs Font

คำว่า “Typeface” และคำว่า “Font” หลายๆ คนมักใช้ผิดๆ ถูกๆ อยู่ แม้แต่บทความหรือตามเว็บไซต์ดังๆ ก็ยังพบว่ามีการใช้ 2 คำนี้แบบผิดๆ อยู่ บทความนี้จะอธิบายความหมายและความแตกต่างของ 2 คำนี้ รวมไปถึงที่มา

Typeface vs Font

Typeface คือแบบของตัวอักษร ที่ออกแบบหรือคิดค้นขึ้นมาโดย “นักออกแบบตัวอักษร” ซึ่งในแต่ละ typeface จะมี shape ที่แตกต่างกันออกไป ส่วน Font นั้นเป็นเพียง “รูปแบบ” หรือ “ลักษณะ” หนึ่ง ของ typeface ตัวอย่างเช่น “Helvetica Bold Condensed Italic” เป็นคนละ font กับ “Helvetica Condensed Italic” และ “Helvetica Bold Condensed” แต่ทั้ง 3 fonts นั้น ถือว่าอยู่ใน typeface เดียวกัน ซึ่งก็คือ “Helvetica”
สรุป Fonts กับ Typefaces มันก็คล้ายกันอยู่ดีว่า Fonts มันมีความหมายครอบคลุมทั้งชุดของตัวอักษรนั้นๆ แต่
Typefaces มันเจาะเข้าไปถึงลักษณะเฉพาะ
การใช้ Fonts และ Typeface ที่แตกต่างกันในการออกแบบเว็บทำได้ยากกว่าการออกแบบสิ่งพิมพ์หลายเท่านัก ยกตัวอย่างเช่น
คุณอยากจะใช้ฟอนท์ Copasetic ซึ่งคุณไปดาวโหลดมาจากที่ไหนสักแห่ง แต่เกิดอาการอยากจะพิมพ์ลงบนหน้าเว็บซะเหลือเกิน
จะทำยังไงดี ก็พิมพ์ไปซะสิ ไม่เห็นยาก แต่..............
คนชมที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ตาดำๆ เค้าไม่ได้ลงชุดฟอนท์คุณในเครื่องของเขา เพราะฉะนั้นต่อให้ Typefaces คุณสุด
เท่ห์ปานใดเค้าก็จะไม่รับรู้ได้ ทีนี้จะแก้อย่างไรล่ะ....วิธีการก็ต้องพิมพ์ตัวอักษรลงบนโปรแกรมออกแบบกราฟฟิคที่คุณนิยม
อาทิเช่น Photoshop หรือ Illustrator ฯลฯ แล้ว export ออกมาในไฟล์ Gif หรือ Jpeg อะไรก็ว่าไป เท่านี้คนชมก็จะสามารถ
เห็นแบบอักษรของคุณแล้วล่ะ ส่วนพวกที่ออกแบบสิ่งพิมพ์ก็ไม่ต้องกังวล เพราะยังไงคนชมก็เห็นแบบอักษรของคุณตรงเป๊ะอยู่ดี
ส่วนนักออกแบบเว็บ มีทางเลือกในการใช้แบบอักษรไม่กี่อย่าง โดยแบ่งเป็น 2 ประเภท คือ
1. Serif หรือ ตัวอักษรที่มีตีน มีขา ที่นิมยมคือฟอนท์ Times และ Times New Roman
2. San Serif หรือ ตัวอักษรที่ไม่มีตีน อ่านง่าย พบเห็นได้ทั่วไป ที่นิยมคือ Arial, Helvetica, และ Verdana

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น